กายอุปกรณ์
posted on 07 Apr 2008 22:37 by pukpikอันดับแรกต้องขอเกริ่นก่อนนะคะว่า ข้อความทั้งหมดที่พิมพ์กลั่นมาจากประสบการณ์และความคิดเราเสียส่วนใหญ่ ดังนั้นไม่ควรนำเอนทรี่นี้ไปอ้างอิงที่อื่น (แค่ไว้อ่านพอเห็นเค้าโครงก็พอนะ ^^)
อาจมาแก้ไขรึเพิ่มเติมถ้ามีข้อมูลเปลี่ยนแปลง
------------------------------------------------------------------------------------
..
"กายอุปกรณ์" หมายความว่า การกระทำต่อร่างกายมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจประเมินความพิการ การผลิตอุปกรณ์เสริมหรืออุปกรณ์เทียมภายนอกร่างกาย สำหรับใช้ทดแทนส่วนของร่างกายที่สูญหายหรือบกพร่อง เกี่ยวกับระบบประสาท กล้ามเนื้อ และกระดูกตามที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้วินิจฉัยสั่งการรักษา
..... สรุปง่ายๆ คือ ตรวจและทำอุปกรณ์เทียมหรืออุปกรณ์เสริมนั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องได้รับ Prescription (ประมาณใบสั่งยาน่ะ) จากแพทย์ก่อน
...
หลักสูตรกายอุปกรณ์ที่มหิดลเปิดมาได้ 6 ปี (ส่วนปีนี้เริ่มรับรุ่นที่ 7) แต่จริงๆ แล้ว หลักสูตรกายอุปกรณ์มีมาก่อนนานแล้ว คือที่โรงพยาบาลเลิดสิน และได้รับความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าด้วย
...
กายอุปกรณ์ต้องเรียนอะไรบ้าง?
- ปี1 เรียนวิชาพื้นฐานทั่วไปค่ะ ที่วิทยาเขตศาลายา อย่างภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา เลข คอมพิวเตอร์ สังคม และวิชา Introduction to P&O1 เกี่ยวกับความหมายของ PO ประวัติ บทบาทของนักกายอุปกรณ์ค่ะ
- ปี2 เรียนภาษาอังกฤษที่ศาลายา วิชาอื่นเรียนที่ศิริราช คราวนี้จะเริ่มลงลึกบ้างแล้ว วิชาที่เรียนก็ กายวิภาค (Anatomy), ชีวกลศาสตร์ (Biomechanics), เวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation), สรีรวิทยา (Physiology) และ Intro to P&O2
พอขึ้นเทอม2 คราวนี้จะเริ่มย้ายมาฝั่งศูนย์สิรินธรแล้ว แต่ยังต้องเรียนวิชา Pathology หรือพยาธิวิทยาที่ศิริราชอยู่ค่ะ ที่ศูนย์จะเรียนเรื่องอุปกรณ์เสริมและเทียมแล้ว ซึ่งเริ่มจากระดับเท้าขึ้นมา และใกล้ๆ จะปิดเทอม เราจะได้ทำอุปกรณ์ให้คนไข้จริง รวมถึงการทำพรีเซนเทชั่นนำเสนอเคสด้วย
- ปี3 เรียนอุปกรณ์เสริมและเทียม และวิชาอื่นเพิ่มเติมด้วย (ยังไม่ทราบว่าเรียนอะไรบ้างค่ะ รอเปิดเทอมอยู่ ฮ่าๆๆ)
- ปี4 เรียนต่อจนจบ แล้วก็ฝึกงานที่ต่างจังหวัดค่ะ
** วิชาอุปกรณ์เสริมและเทียม กับ Intro จะเรียนกับอาจารย์ต่างชาติค่ะ
...
จะเรียนคณะนี้ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
ที่สำคัญก็ความแข็งแรงและความอดทนค่ะ สำคัญอย่างมาก! อยู่คณะนี้ต้องใช้ความถึกอย่างมหาศาล เพราะ เรียนเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเรียนแล้วไม่เข้าใจ และตามไม่ทัน (แต่ใครที่เก่งอังกฤษคงไม่มีปัญหา) และเวลาทำอุปกรณ์ บางวันเลิกห้าโมง หกโมงกว่า (ตามตารางเลิกสี่โมงครึ่ง) หรือบางทีต้องมาเรียนเสริมวันเสาร์เพราะเวลาเรียนน้อย แต่อย่ากังวลไป มันไม่ได้ลำบากนัก ถ้าปรับตัวได้และมีกำลังใจ คุณผ่านไปได้แน่
ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็อย่างตาบอดสี ถ้าไม่ร้ายแรงมากก็ไม่มีปัญหาค่ะ และเรื่องสุขภาพ...ถ้ามีโรคประจำตัวที่ร้ายแรงมากก็ไม่แนะนำค่ะ เพราะคณะนี้ทำงานหนักจริงๆ ต้องแบกปูน ดัดเหล็ก อยู่กับเครื่องจักรและสารเคมี และถ้าผิวคุณแพ้ง่ายด้วย ยิ่งลำบากค่ะ คุณต้องเจอกับผงปูนบ่อยมาก (แต่แก้ปัญหานี้ได้ด้วยการใส่ถุงมือเวลาทำงานนะ)
ดังนั้น อยากจะบอกกับคนที่สนใจคณะนี้ว่า... ขอให้มีความอดทน อย่างเดียวเลยที่สำคัญสุดๆ และถ้ามีใจรักด้วยก็จะดี ถ้าใครกลัวว่าไม่ได้ชอบแล้วจะเรียนรอดมั้ย? เท่าที่เราเห็นตัวอย่างมา ทั้งอาจารย์และเพื่อนเราหลายคน ไม่ได้ชอบหรือรู้จักคณะนี้ดีมาตั้งแต่ต้นหรอกค่ะ ยังเรียนกันได้เลย (แต่ถ้ามีอย่างอื่นที่ชอบก็ไปเรียนเถอะค่ะ)
...
FAQ
1. นักกายอุปกรณ์ เป็นหมอใช่มั้ย?
ตอบ ไม่ใช่ค่ะ ถ้าให้เปรียบก็ประมาณนักกายภาพบำบัด หรือนักเทคนิคการแพทย์ค่ะ เรียนสายการแพทย์ แต่ไม่ใช่แพทย์
2. ทำเครื่องมือการแพทย์ใช่มั้ย?
ตอบ ไม่ใช่อีกเช่นกันค่ะ อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า เราทำอุปกรณ์เสริมและเทียมสำหรับผู้ป่วย ถ้าต้องการเรียนด้านนั้น ชีวการแพทย์จะตรงมากกว่าค่ะ (ถ้าของมหิดลจะอยู่ในคณะวิศวะ)
3. จบมาเงินเดือนดีมั้ย?
ตอบ ขึ้นอยู่กับบุคคลแล้วล่ะค่ะ ทำงานในโรงพยาบาลรัฐ เรทน่าจะที่หลักพันถึงหมื่นต้น (ตรงนี้ไม่ทราบแน่ชัด - -‘) ถ้าเป็นบริษัท ได้ยินมาว่าอยู่ที่หลักหมื่นค่ะ แต่ถ้าหวังเงินเดือนสูงมากๆ แนะนำเรียนอย่างอื่นดีกว่าค่ะ ^^’
4. ทำงานที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ โรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน บริษัท โรงเรียนกายอุปกรณ์ นอกเหนือจากนี้ก็ธุรกิจส่วนตัวค่ะ อย่างเช่นเป็นทำธุรกิจรับส่งพวกส่วนประกอบ วัตถุดิบเกี่ยวกับกายอุปกรณ์ให้กับหน่วยงานค่ะ (อันนี้ฟังมาจากพี่รหัสนะ)
5. เรียนต่ออีกได้มั้ย?
ตอบ ได้ค่ะ แต่ถ้าต่อสายกายอุปกรณ์โดยตรงยังไม่มีนะคะเท่าที่ตามข่าวมา จะมีก็ Biomedical engineering ค่ะ ไม่งั้นก็เรียนต่อต่างประเทศ โกอินเตอร์เลย (แต่ว่าตอนนี้ต้องได้รับการรับรองทาง ISPO ก่อนค่ะ คาดว่าในปี 2010)
6. ทำไมรับน้อยจัง?
ตอบ ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ^^’ เราก็คิดว่าน้อยเหมือนกัน แต่คิดว่าเป็นเพราะทรัยพากรมีจำกัด และค่าเทอมจริงแล้วเป็นแสนเลยนะคะต่อคน ซึ่งเราเสียค่าเทอมประมาณหมื่นต้นๆน่ะ และเพื่อผลิตบุคลากรให้ได้คุณภาพด้วยค่ะ ยิ่งคนน้อย อาจารย์ยิ่งเข้าถึงนักเรียนด้วย ฮ่าๆๆ แป๊ปเดียวจำชื่อกันได้หมด
Link ที่เกี่ยวข้อง
ี
The International Society for Prosthetics and Orthotics (ISPO)
...
เอนทรี่เกี่ยวกับกายอุปกรณ์ในบล็อกเรา
แอดมิช 2550 + แนะนำคณะกายอุปกรณ์
====================================




